พริกหวาน หรือที่เรียกกันว่า "พริกยักษ์" เป็นผักหลากสีที่ได้รับความนิยมทั้งในอาหารไทยและอาหารตะวันตก ไม่ว่าจะสีเขียว สีแดง หรือสีเหลือง ต่างให้รสชาติและสารอาหารที่น่าสนใจ แต่สิ่งที่ทุกสีมีเหมือนกันคือแคลต่ำและไฟเบอร์สูง
พริกหวาน กี่แคลต่อ 100 กรัม?
พริกหวาน 100 กรัม มีโภชนาการดังนี้
- แคลอรี่: 82 kcal
- โปรตีน: 3.2 กรัม
- ไขมัน: 1.6 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต: 13.8 กรัม
- ไฟเบอร์: 6.9 กรัม
ไฮไลต์คือไฟเบอร์สูงถึง 6.9 กรัมต่อ 100g ซึ่งสูงกว่าผักทั่วไปหลายเท่า ไฟเบอร์ช่วยให้อิ่มนาน ลดน้ำตาลในเลือดไม่ให้พุ่งสูงหลังกิน และดีต่อระบบย่อยอาหาร
ทำไมพริกหวานถึงดีสำหรับคนลดน้ำหนัก?
ด้วยแคลแค่ 82 kcal ต่อ 100g แต่ไฟเบอร์สูง 6.9g พริกหวานถือเป็น "อาหารหนาแน่นสารอาหาร" ที่กินได้เยอะโดยไม่ต้องกลัวแคลเกิน นอกจากนี้วิตามิน C ในพริกหวานสีแดง 100g สูงถึง 127mg มากกว่าส้มเสียอีก วิตามิน C ช่วย recovery กล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย
ดูข้อมูลโภชนาการผักอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ หมวดผักใน CheckKal
ความแตกต่างของพริกหวานแต่ละสี
พริกหวานสีเขียวมีแคลน้อยที่สุดและรสขมเล็กน้อย พริกหวานสีเหลืองมีวิตามิน C สูงมาก ส่วนพริกหวานสีแดงมีไลโคปีนสูง วิตามิน A สูง รสหวานที่สุด เหมาะทำสลัดหรืออบย่าง
วิธีกินพริกหวานให้ได้ประโยชน์สูงสุด
กินดิบจะได้วิตามิน C เต็มที่ เพราะวิตามิน C สลายตัวเมื่อโดนความร้อน ถ้าจะปรุงอาหารแนะนำผัดไฟแรงสั้นๆ หรืออบแทนการต้ม พริกหวานใส่ได้ทั้งสลัด ผัด อบ หรือกินคู่กับซอสสำหรับจิ้ม
ค้นหาเมนูที่ใช้พริกหวานได้ที่ ค้นหาอาหาร CheckKal หรือดู เปรียบเทียบอาหาร
พริกหวานเหมาะกับใคร?
พริกหวานเหมาะกับคนลดน้ำหนักเพราะแคลต่ำมาก เหมาะกับคนออกกำลังกายเพราะวิตามิน C ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และเหมาะกับคนเป็นเบาหวานเพราะน้ำตาลไม่สูงและไฟเบอร์ช่วยควบคุม glycemic index ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ CheckKal
คำถามที่พบบ่อย
พริกหวาน 1 ลูก กี่แคล?
พริกหวาน 1 ลูกใหญ่ (ประมาณ 120-150g) ให้แคลประมาณ 98-123 kcal กินได้สบายโดยไม่กังวล
พริกหวานกับพริกยักษ์ต่างกันไหม?
เป็นสิ่งเดียวกันครับ Bell Pepper เรียกได้ทั้งพริกหวานและพริกยักษ์ แล้วแต่ร้านว่าจะเรียกชื่อไหน
กินพริกหวานดิบได้ไหม?
ได้เลยครับ กรุบกรอบ อร่อย วิตามิน C ยังครบดี เหมาะกินเป็นสแน็คระหว่างวัน
พริกหวานเหมาะกับคนเป็นเบาหวานไหม?
เหมาะมากครับ น้ำตาลต่ำ ไฟเบอร์สูง glycemic index ต่ำ กินได้ทุกวัน
พริกหวานกินได้มากแค่ไหนต่อวัน?
กินได้มากเท่าที่ต้องการครับ ไม่มีข้อจำกัด แต่ถ้ากิน 200-300g ต่อวันก็เพียงพอแล้วสำหรับสารอาหาร